Facebook Nakhonsawan Click Open

OPEN

 

 

คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบในหลักการขยายเวลามาตรการบรรเทาภาระค่าไฟฟ้าและค่าน้ำประปาและมาตรการชดเชยเงินให้แก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จำนวน 14.6 ล้านคน ผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐโดยใช้ข้อมูลจากจำนวนภาษีมูลค่าเพิ่มที่ผู้มีบัตรฯ ได้ชำระ ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2562 ถึงเดือนกันยายน 2563 รวมเป็นระยะเวลา 1 ปี ดังนี้ 1. การขยายเวลามาตรการบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายแก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เพื่อบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายด้านสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ ค่าไฟฟ้าและค่าน้ำประปา เพื่อให้ผู้มีบัตรฯ มีภาระค่าครองชีพลดลง กรณีค่าไฟฟ้า ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 50 หน่วยต่อเดือนติดต่อกันเป็นระยะเวลา 3 เดือน ให้ใช้สิทธิค่าไฟฟ้าฟรีตามมาตรการที่มีอยู่ในปัจจุบัน แต่หากใช้ไฟฟ้าเกิน 50 หน่วยต่อเดือน ให้ใช้สิทธิตามมาตรการนี้ในวงเงิน 230 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน กรณีที่ใช้เกินวงเงินที่กำหนด ผู้มีบัตรฯ เป็นผู้รับภาระค่าไฟฟ้าทั้งหมด กรณีค่าน้ำประปา ให้ใช้น้ำประปาในวงเงิน 100 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน กรณีที่ ใช้เกินวงเงินที่กำหนด ผู้มีบัตรฯ เป็นผู้รับภาระค่าน้ำประปาทั้งหมด

ทั้งนี้ ผู้มีบัตรฯ ต้องนำใบแจ้งค่าไฟฟ้าและใบแจ้งค่าน้ำประปาไปชำระที่สำนักงานการไฟฟ้าและสำนักงานการประปาในพื้นที่ พร้อมทั้งแสดงบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โดยทุกสิ้นเดือนกรมบัญชีกลางจะนำเงินมาจ่ายคืนผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐในช่อง e-Money ของเดือนถัดไป ซึ่งผู้มีบัตรฯ สามารถใช้ซื้อสินค้าและบริการผ่านเครือง EDC แอปพลิเคชันถุงเงินประชารัฐ และถอนเงินสดจากเครื่องถอนเงินอัตโนมัติได้ 2. มาตรการชดเชยเงินฯ เพื่อช่วยลดภาระภาษีมูลค่าเพิ่มให้แก่ผู้มีบัตรฯ ได้ชำระราคาสินค้าอุปโภคและบริโภค (ไม่รวมสิ้นค้าและบริการที่มีภาษีสรรพสามิต) ผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จากร้านธงฟ้าประชารัฐหรือร้านค้าเอกชนอื่นที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มผ่านเครื่อง EDC โดยข้อมูลดังกล่าวจะส่งให้กรมบัญชีกลางซึ่งระบบจะแยกยอดภาษีมูลค่าเพิ่มร้อยละ 7 ออกจากราคาสินค้าอุปโภคและบริโภคที่ ผู้มีบัตรฯ ได้ชำระแล้ว และจะนำเงินร้อยละ 5 มาจ่ายชดเชยโดยโอนเข้าช่อง e-Money ในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐให้แก่ผู้มีบัตรฯ ในวงเงินไม่เกินจำนวน 500 บาทต่อคนต่อเดือน ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2562 - กันยายน 2563 การดำเนินการขยายเวลามาตรการบรรเทาฯ และมาตรการชดเชยเงินฯ คาดว่าจะบรรเทาภาระ ค่าครองชีพอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายด้านสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน และช่วยลดภาระภาษีมูลค่าเพิ่มให้แก่ผู้มีบัตรฯ พร้อมส่งเสริมให้ผู้ประกอบการร้านค้าจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มเพิ่มขึ้น อันจะเป็นการสร้างฐานภาษีที่ยั่งยืนให้กับประเทศ และส่งเสริมให้ประเทศไทยก้าวเข้าสู่สังคมแบบไร้เงินสด อันจะช่วยลดต้นทุนในการบริหารจัดการเงินได้ในอนาคต หากต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อได้ที่ Call Center 0 2270 6400

โดย กระทรวงการคลัง