วันที่ 21 มกราคม 2563 เวลา 08.56 น. สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปพื้นที่โครงการจัดตั้งวิทยาเขตนครสวรรค์ มหาวิทยาลัยมหิดล ตำบลเขาทอง อำเภอพยุหะคีรี จังหวัดนครสวรรค์ โดยมี นายอรรถพร สิงหวิชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์ ศาสตราจารย์คลินิกเกียรติคุณ นายแพทย์ปิยะสกล สกลสัตยาทร นายกสภามหาวิทยาลัยมหิดล ศาสตราจารย์คลินิก เกียรติคุณ นายแพทย์อุดม คชินทร สมาชิกวุฒิสภา ศาสตราจารย์ นายแพทย์บรรจง มไหสวริยะ รักษาการแทนอธิการบดี มหาวิทยาลัยมหิดล อาจารย์ แพทย์หญิงมณทกานต์ โอประเสริฐสวัสดิ์ รักษาการแทนรองอธิการบดีฝ่ายโครงการจัดตั้งวิทยาเขตนครสวรรค์ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารมหาวิทยาลัยมหิดล และคณะกรรมการจัดงาน เฝ้าฯ รับเสด็จฯ ทรงเปิดแพรคลุมป้าย “ศูนย์การแพทย์มหิดลบำรุงรักษ์ จังหวัดนครสวรรค์” ทรงปลูกต้นมะสัง และทรงลงพระนามาภิไธยบนแผ่นศิลา

มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตนครสวรรค์ สร้างศูนย์การแพทย์แห่งนี้ขึ้น เพื่อเป็นสถานพยาบาลให้บิการด้านการแพทย์แก่ประชาชนในพื้นที่ ภาคเหนือตอนล่าง – ภาคกลางตอนบน 7 จังหวัด คือ จังหวัดตาก กำแพงเพชร พิจิตร เพชรบูรณ์ อุทัยธานี ชัยนาท และนครสวรรค์ ให้สามารถเข้าถึงการบริการทางการแพทย์ เป็นศูนย์ฝึกอบรมและรองรับการจัดการเรียนการสอนสำหรับนักศึกษาแพทย์ พยาบาล สาธารณสุข และวิทยาศาสตร์สุขภาพ

ศูนย์การแพทย์มหิดลบำรุงรักษ์ จังหวัดนครสวรรค์ เริ่มก่อสร้างเมื่อปี พ.ศ.2559 ประกอบด้วย กลุ่มอาคารผู้ป่วยนอก กลุ่มอาคารบริการ และอาคารผู้ป่วยใน 60 เตียง แล้วเสร็จเมื่อเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2561 และได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานนาม “ศูนย์การแพทย์มหิดลบำรุงรักษ์ จังหวัดนครสวรรค์” เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562 ปัจจุบันเปิดให้บริการผู้ป่วยนอก และมีคลินิกเฉพาะทางโรคกระดูกและข้อ อายุรกรรมไต สูตินรีเวช ศัลยกรรมประสาท ศัลยกรรมพลาสติก เทคนิคการแพทย์ แพทย์แผนไทย และแพทย์แผนจีน ในอนาคตจะพัฒนาเป็นโรงพยาบาลระดับตติยภูมิ ขนาด 300 เตียง ในปี พ.ศ.2571

เวลา 12.42 น. สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรการดำเนินงานศูนย์พัฒนาที่ดินมูลนิธิชัยพัฒนา บ้านเกริ่นกระถิน ตำบลเนินขี้เหล็ก อำเภอลาดยาว ซึ่งเป็นที่ดินของนางสาวสมศรี คล้ายสุข ราษฎรในพื้นที่ได้น้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เมื่อปี 2559 เพื่อใช้ในกิจกรรมของมูลนิธิฯ ต่อมาในปี 2561 สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี พระราชทานพระชานุญาติ ให้มูลนิธิชัยพัฒนาพัฒนาใช้พื้นที่นี้ ให้เป็นสถานที่เรียนรู้ด้านการเกษตรไม้ผลและพืชไร่ของชุมชน มูลนิธิชัยพัฒนาจึงได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพัฒนาให้เป็นแปลงผลิตและสาธิตไม้ผลและพืชไร่ด้วยการเพาะและขยายกิ่งพันธุ์ไม้ผล รวมถึงการแปรรูปผลผลิต เพื่อให้เกษตรกรและผู้สนใจเข้ามาศึกษาเรียนรู้ ตลอดจนนำไปปรับใช้ในการประกอบอาชีพเกษตรกรรม ไม้ผลและพืชไร่ทดแทนการทำเกษตรเชิงเดี่ยว และเป็นสถานที่ผลิตและขยายพันธุ์ไม้ผลและพืชไร่ เพื่อพระราชทานแก่ราษฎรผู้ประสบภัย ในอนาคต
ปัจจุบันได้ปรับสภาพพื้นที่พร้อมปรับปรุงดิน และขุดสระน้ำขนาดความจุ 7,700 ลูกบาศก์เมตร และในปี 2563 นี้จะเริ่มปลูกสร้างอาคารและสิ่งปลูกสร้าง อาทิ อาคารโรงเรือน อาคารโรงแปรรูปผลผลิต และ อาคารโรงเพาะชำและขยายกิ่ง


จากนั้นเสด็จพระราชดำเนินไปพื้นที่โครงการพัฒนาปรับปรุงพื้นที่ดิน มูลนิธิชัยพัฒนา ตำบลหนองกรด
อำเภอเมืองนครสวรรค์ ทอดพระเนตรการดำเนินงานพัฒนาพื้นที่ ซึ่งพระครูจ้อย จนฺทสุวณฺโณ อดีตเจ้าอาวาส วัดศรีอุทุมพร ตำบลหนองกรด ได้น้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายเมื่อปี 2538 จำนวน 328 ไร่ 1 งาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มีพระราชดำริให้สำนักงานมูลนิธิชัยพัฒนา จัดตั้งเป็นศูนย์สาธิตและให้บริการวิชาการทางการเกษตร และถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรแก่เกษตรกรและผู้สนใจ ภายใต้ชื่อโครงการพัฒนาและปรับปรุงพื้นที่ดินมูลนิธิชัยพัฒนา ตำบลหนองกรด อำเภอเมืองฯ จังหวัดนครสวรรค์ โอกาสนี้ทอดพระเนตรกิจกรรม การดำเนินงานด้านต่างๆ
ในปี 2546 สำนักงานมูลนิธิชัยพัฒนาและกรมวิชาการเกษตรโดยศูนย์วิจัยพืชไร่นครสวรรค์ สนองพระราชดำริ ร่วมกันพัฒนาพื้นที่ส่วนหนึ่งดำเนินกิจกรรมเรื่องข้าวและเป็นศูนย์สาธิตการปลูกพืชแบบผสมผสานตามหลักเกษตรดีที่เหมาะสม เพื่อให้ประชาชนมีพืชผักปลอดสารพิษบริโภค และเป็นแหล่งศึกษาเพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ แบ่งการดำเนินงานเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกทำแปลงสาธิตการเกษตร 3แปลง ได้แก่ พืชสวนแบบผสมผสานทั้งผักกินใบและกินผลโดยปลูกสลับกันตลอดทั้งปี แปลงปลูกพืชสวนและแปลงนาปลูกข้าวพันธุ์ปทุมธานี 1 โดยการหว่านน้ำตม หลังการเก็บเกี่ยวจากพืชหลังนาเป็นพืชใช้น้ำน้อยและปลูกพืชบำรุงดิน เช่น ปอเทือง ส่วนที่2 ก่อสร้างอาคารทรงงานและส่วนปฏิบัติการที่ผ่านมามีปัญหาเรื่องสภาพภูมิอากาศ และขาดแคลนน้ำ จึงปรับมาปลูกพื้นที่ใช้น้ำน้อยเพิ่มขึ้นโดยใช้ระบบน้ำหยด อีกทั้งมีแผนที่จะปลูกอินทผลัมสายพันธุ์บาฮี ซึ่งเหมาะกับพื้นที่แล้งเพื่อเป็นทางเลือกให้กับเกษตรกรเนื่องจากอินทผลัมมีรสชาติอร่อยมีราคาสูงและกำลังเป็นที่ต้องการของตลาด

เผยแพร่ : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครสวรรค์