4 สิงหาคม 2563  เวลา 14.00 น ดร.สมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช) พร้อมคณะลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้าแผนหลักการพัฒนาและฟื้นฟูบึงบอระเพ็ด โดยประชุมร่วมกับ นายปรีชา เดชพันธุ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประกอบด้วย กรมชลประทาน กรมประมง กรมธนารักษ์ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ณ ห้องประชุมเสือพ่นน้ำ บึงบอระเพ็ด จ.นครสวรรค์ ก่อนลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้าการขุดลอกบึงบอระเพ็ดเพื่อเพิ่มพื้นที่เก็บกักน้ำภายในบึง และแผนการเคลื่อนย้ายมูลดินที่ได้จากการขุดลอก ซึ่งรัฐบาลให้ความสำคัญในการใช้ประโยชน์จากแหล่งน้ำธรรมชาติ โดยเฉพาะ การเป็นพื้นที่ชะลอน้ำในฤดูน้ำหลาก เพื่อเก็บกักน้ำไว้ใช้ประโยชน์ในช่วงฤดูแล้ง

 

ทั้งนี้ สทนช. คาดการณ์ไว้ในอีก 3 วันข้างหน้าจะมีปริมาณน้ำไหลเข้าบึงฯ เพิ่มขึ้นประมาณ 126 ล้าน ลบ.ม จากอิทธิพลขอพายุซินลากู แต่เมื่อระดับน้ำในแม่น้ำน่านสูงขึ้น บึงบอระเพ็ดจะเป็นจุดรับน้ำหลากได้เป็นอย่างดี โดยทำการสูบน้ำเข้าบึงฯ ควบคู่กับการดำเนินการตามแผนปฏิบัติการโครงการเร่งด่วนปี 2563-2565 ภายใต้พัฒนาและฟื้นฟูบึงบอระเพ็ด ที่ได้เริ่มดำเนินการแล้ว ได้แก่ การตรวจสอบการใช้ที่ดินในพื้นที่ "ให้ หวง ห้าม" การบริหารจัดการน้ำโดยปรับเกณฑ์บริหารจัดการน้ำในบึง สอดคล้องกับการปรับปฏิทินปลูกพืช ขณะเดียวกัน คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติงบกลางปี 63 วงเงิน 44 ล้านบาท เมื่อวันที่ 17 มีนาคม ที่ผ่านมา เพื่อขุดลอกตะกอนบึงบอระเพ็ด รองรับน้ำในฤดูฝนนี้ไว้ล่วงหน้า ดำเนินการโดยกรมประมงและกรมชลประทาน

 

ซึ่งการดำเนินการแผนหลักการพัฒนาและฟื้นฟูบึงบอระเพ็ด ทั้ง 6 ด้าน ได้แก่ 1. บริหารจัดการ/การเข้าใช้ประโยชน์ที่ดินกำหนดพื้นที่ใช้ประโยชน์ "ให้ หวง ห้าม" 2. การแก้ปัญหาภัยแล้งและสร้างความมั่นคงของน้ำ 3. คุณภาพน้ำ ตะกอน และรักษาระบบนิเวศ ขุดลอกทำวังปลา 4. การจัดการน้ำท่วมและบรรเทาอุกภัย ปรับปรุงทางน้ำเข้าออก การชะลอน้ำ กักเก็บน้ำ ลดน้ำท่วม 5. การอนุรักษ์และฟื้นฟูพื้นที่ต้นน้ำ และ 6.การจัดการน้ำอุปโภคบริโภค โดยสร้างสระเก็บน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคในฤดูแล้ง ทั้งนี้เมื่อดำเนินการตาม 6 ด้านหลัก จะส่งผลให้ภายในปี 2572 จะสามารถเพิ่มน้ำต้นทุนได้ประมาณ 67 ล้าน ลบ.ม. ลดความเสียหายจากน้ำท่วม 21,000 ไร่ ช่วยพื้นที่ภัยแล้ง 85,000 ไร่

เผยแพร่โดย : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครสวรรค์