เกษตรกรผู้ปลูกยางพารามีความสุขและยิ้มได้ เมื่อราคายางพารายางแผ่นรมควันชั้น ๓ ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ขยับขึ้นเกิน ๖๐ บาทต่อกิโลกรัม เป็นครั้งแรกในรอบ ๓ ปี และมีแนวโน้มจะสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากความต้องการในตลาดโลก โดยเฉพาะจีน ที่สั่งซื้อในปริมาณมาก หลังเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัว รวมถึงมาตรการส่งเสริมการใช้ยางพาราในประเทศ ในหน่วยงานภาครัฐ

เพื่อให้ยางพาราไทยมีศักยภาพทางการแข่งขัน ทั้งด้านราคาและคุณภาพ เป็นที่ต้องการมากกว่าสินค้าจากประเทศอื่น รัฐบาลได้กำหนดแนวทาง “การตลาดนำการผลิต” เดินหน้าต่อยอดและลดข้อจำกัดผลิตภัณฑ์ยางธรรมชาติ ด้วยการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ เจาะตลาดยางเฉพาะกลุ่ม ให้ขยายตลาดต่างประเทศ สร้าง “Start Up” ช่วยเหลือแหล่งทุน และส่งเสริมโครงการรับเบอร์วัลเล่ย์ เพื่อให้ไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตสินค้านวัตกรรมยางพาราครบวงจรของโลก

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 จะส่งผลกระทบต่อความต้องการใช้ยางพาราในภาพรวมช่วงต้นปี แต่การส่งออกถุงมือยางของไทย ซึ่งเป็นอันดับ ๒ ของโลก รองจากประเทศมาเลเซีย กลับมีอัตราการเติบโตอยู่ที่ ๘ – ๑๕% ด้วยศักยภาพดังกล่าว รัฐบาลพร้อมตั้งเป้าให้ไทยเป็น “ศูนย์กลางการผลิตถุงมือยางธรรมชาติของโลก” ที่คาดว่าในปีนี้จะมีมูลค่ารวมไม่ต่ำกว่า ๔๐,๐๐๐ ล้านบาท จากการจับคู่ธุรกิจระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย รวมถึงการทำโซนนิ่งพื้นที่ปลูกยางพาราให้มีคุณภาพที่จะช่วยยกระดับราคายางในระยะยาวจากความต้องการที่มากขึ้นอีกด้วย

โดย สำนักนายกรัฐมนตรี