Facebook Nakhonsawan Click Open

OPEN

 

 



                ผู้ประกันตนที่ทุพพลภาพมีสิทธิได้รับค่าบริการทางการแพทย์ ด้วยวิธีการบำบัดทดแทนไต ด้วยวิธีฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม (Hemodialysis) และให้รวมถึงการเตรียมหลอดเลือดหรือสายสวนหลอดเลือดสำหรับการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม (Vascular access) และการให้ยาอิริโธรปัวอิติน (Erythropoietin) ในกรณีเข้ารับบริการทางการแพทย์ในสถานพยาบาลของรัฐ ให้ได้รับค่าบริการทางการแพทย์เท่าที่จ่ายจริงตามความจำเป็น เว้นแต่ผู้ทุพพลภาพเข้ารับบริการทางการแพทย์ในสถานพยาบาลเอกชนที่ขึ้นทะเบียนเป็นสถานพยาบาลที่ให้บริการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมที่สำนักงานประกันสังคมกำหนด ให้ได้รับค่าบริการทางการแพทย์ตามหลักเกณฑ์และอัตราที่กำหนด

                ทั้งนี้ เพื่อช่วยให้ผู้ประกันตนที่ทุพพลภาพที่ป่วยเป็นโรคไตวายเรื้องรังระยะสุดท้ายได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่องไร้รอยต่อ และยังช่วยให้ผู้ประกันตนได้รับการอนุมัติสิทธิบำบัดทดแทนไตรวดเร็วขึ้นอีกด้วย

                โดย กระทรวงแรงงาน

 

 

                จากสถานการณ์เปลี่ยนแปลงไปส่งผลให้เด็ก สตรี และครอบครัวได้รับผลกระทบจากการอพยพย้ายถิ่นของประชากรวัยแรงงาน เกิดปัญหาด้านครอบครัว รายได้ไม่เพียงพอ จึงมีการจัดตั้ง “ศูนย์เรียนรู้การพัฒนาสตรีและครอบครัว” โดยกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว ได้ดำเนินงานคุ้มครองพัฒนาอาชีพแก่สตรีและครอบครัวที่ประสบปัญหาทางสังคม เปิดโอกาสให้สตรีที่ด้อยโอกาสหรือผู้ประสบปัญหาทางสังคมได้พัฒนาศักยภาพของตนเอง โดยการเข้ารับการฝึกอบรมพัฒนาอาชีพตามความสนใจ ทำให้สามารถมีงานทำเพื่อหารายได้เลี้ยงครอบครัว นอกจากนี้ยังเป็นกลไกที่ใช้ป้องกันไม่ให้เด็ก เยาวชน สตรี ตกเป็นกลุ่มเสี่ยง หรือถูกล่อลวงเข้าสู่กระบวนการค้าประเวณีและค้ามนุษย์ หรือประกอบอาชีพที่ไม่เหมาะสม

                สำหรับผู้ที่ต้องการฝึกอาชีพ ฝึกอบรมและพัฒนาอาชีพ สามารถติดตามข่าวสารการฝึกอบรมผ่านการประชาสัมพันธ์ในสื่อช่องทางต่างๆ ในเขตพื้นที่ที่รับผิดชอบอยู่ทั่วทุกภูมิภาคของประเทศทั้ง 8 แห่ง (นนทบุรี เชียงราย ลำพูน ลำปาง ชลบุรี ศรีสะเกษ ขอนแก่น สงขลา) โดยกรอกใบสมัครตามแบบฟอร์มพร้อมแนบเอกสารหลักฐานที่กำหนด รายงานตัวและฝึกอาชีพตามกรอบระยะเวลาของหลักสูตรที่กำหนด ซึ่งในแต่ละหลักสูตรจะเป็นไปตามความต้องการและความถนัดของผู้ใช้บริการ และสอดคล้องกับความต้องการของตลาด ประกอบด้วย 1) หลักสูตรระยะสั้น ผ่านการฝึกอาชีพของผู้ใช้บริการโดยมีวิทยากร/ครู เข้าไปฝึกสอนในช่วงระยะเวลาสั้น ๆ อาทิ การจัดทำดอกไม้จันท์ ดอกไม้ประดิษฐ์ การทำขนม ชงกาแฟ ฯลฯ 2) หลักสูตรระยะยาว ระยะเวลาตั้งแต่ 1 - 6 เดือน ซึ่งในระหว่างการฝึกอบรมจะได้รับบริการต่าง ๆ เช่น ที่พักพร้อมอาหาร ของใช้ส่วนตัวที่จำเป็น บริหารด้านสังคมสงเคราะห์ บริการด้านรักษาพยาบาล อุปกรณ์การเรียน และบริการจัดหางานให้หลังจบหลักสูตร โดยมีหลักสูตรที่ฝึกอบรม อาทิ นวดแผนไทย เสริมสวย ตัดเย็บเสื้อผ้า ดูแลผู้สูงอายุและเด็ก โรงแรมและบริการ ฯลฯ ผู้ที่เข้ารับการฝึกพัฒนาอาชีพเมื่อสำเร็จตามหลักสูตรแล้วจะได้รับการแนะแนวอาชีพและมีการติดตามประเมินผลหลังจากผู้เข้ารับการฝึกอบรมมีงานทำ 1 เดือน

                โครงการนี้จะช่วยส่งเสริมให้สตรีผู้ด้อยโอกาสหรือประสบปัญหาการว่างงานและผู้ประสบปัญหาทางสังคม ได้รับการพัฒนาศักยภาพโดยการส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาอาชีพ ผ่านหลักสูตรตามที่ตนเองถนัด และได้นำความรู้ที่ได้ไปสร้างอาชีพสามารถพึ่งพาตนเองได้ ทำให้เกิดความเข้มแข็งในสถาบันครอบครัวและสังคมต่อไป หากประชาชนสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ กองคุ้มครองและพัฒนาอาชีพ กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว โทรศัพท์ 0 2642 5059 หรือที่เว็บไซต์ www.dwf.go.th

                โดย กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

                ในกรณีที่บุคคลใดได้กระทำความผิดทางอาญา แต่เกิดความไม่พอใจการปฏิบัติหน้าที่ ของเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ และได้แสดงพฤติกรรมหรือการกระทำที่ไม่สมควรออกไป พฤติกรรมหรือการกระทำนั้นอาจทำให้เรื่องราวบานปลายขึ้นได้ ฉะนั้นเมื่อบุคคลใดที่อยู่ในสถานการณ์เช่นนี้ ควรควบคุมตนเองมิให้เกิดการกระทำที่ไม่สมควรออกไป เพราะมิเช่นนั้นแทนที่จะเป็นความผิดข้อหาเดียวอาจจะบานปลายและโดนข้อหาเพิ่มเติมที่มีบทลงโทษรุนแรงกว่าเดิมได้ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 136

                หรือในกรณีที่ผู้กระทำผิดกฎหมายผู้ใดทำการติดสินบนเจ้าหน้าที่ของรัฐ บุคคลนั้นจะมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 144 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

                ทั้งนี้ ประชาชนทั่วไปสามารถขอรับคำปรึกษาด้านกฎหมาย บริการด้านงานยุติธรรมต่าง ๆ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานยุติธรรมจังหวัดทั่วประเทศ สายด่วนกระทรวงยุติธรรม โทร 1111 กด 77 ฟรีตลอด 24 ชั่วโมง Facebook : กองทุนยุติธรรม กระทรวงยุติธรรม และ ศูนย์ยุติธรรมชุมชนตำบลใกล้บ้าน

                โดย กระทรวงยุติธรรม

 

 

 

 

คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบในหลักการขยายเวลามาตรการบรรเทาภาระค่าไฟฟ้าและค่าน้ำประปาและมาตรการชดเชยเงินให้แก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จำนวน 14.6 ล้านคน ผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐโดยใช้ข้อมูลจากจำนวนภาษีมูลค่าเพิ่มที่ผู้มีบัตรฯ ได้ชำระ ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2562 ถึงเดือนกันยายน 2563 รวมเป็นระยะเวลา 1 ปี ดังนี้ 1. การขยายเวลามาตรการบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายแก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เพื่อบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายด้านสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ ค่าไฟฟ้าและค่าน้ำประปา เพื่อให้ผู้มีบัตรฯ มีภาระค่าครองชีพลดลง กรณีค่าไฟฟ้า ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 50 หน่วยต่อเดือนติดต่อกันเป็นระยะเวลา 3 เดือน ให้ใช้สิทธิค่าไฟฟ้าฟรีตามมาตรการที่มีอยู่ในปัจจุบัน แต่หากใช้ไฟฟ้าเกิน 50 หน่วยต่อเดือน ให้ใช้สิทธิตามมาตรการนี้ในวงเงิน 230 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน กรณีที่ใช้เกินวงเงินที่กำหนด ผู้มีบัตรฯ เป็นผู้รับภาระค่าไฟฟ้าทั้งหมด กรณีค่าน้ำประปา ให้ใช้น้ำประปาในวงเงิน 100 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน กรณีที่ ใช้เกินวงเงินที่กำหนด ผู้มีบัตรฯ เป็นผู้รับภาระค่าน้ำประปาทั้งหมด

ทั้งนี้ ผู้มีบัตรฯ ต้องนำใบแจ้งค่าไฟฟ้าและใบแจ้งค่าน้ำประปาไปชำระที่สำนักงานการไฟฟ้าและสำนักงานการประปาในพื้นที่ พร้อมทั้งแสดงบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โดยทุกสิ้นเดือนกรมบัญชีกลางจะนำเงินมาจ่ายคืนผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐในช่อง e-Money ของเดือนถัดไป ซึ่งผู้มีบัตรฯ สามารถใช้ซื้อสินค้าและบริการผ่านเครือง EDC แอปพลิเคชันถุงเงินประชารัฐ และถอนเงินสดจากเครื่องถอนเงินอัตโนมัติได้ 2. มาตรการชดเชยเงินฯ เพื่อช่วยลดภาระภาษีมูลค่าเพิ่มให้แก่ผู้มีบัตรฯ ได้ชำระราคาสินค้าอุปโภคและบริโภค (ไม่รวมสิ้นค้าและบริการที่มีภาษีสรรพสามิต) ผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จากร้านธงฟ้าประชารัฐหรือร้านค้าเอกชนอื่นที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มผ่านเครื่อง EDC โดยข้อมูลดังกล่าวจะส่งให้กรมบัญชีกลางซึ่งระบบจะแยกยอดภาษีมูลค่าเพิ่มร้อยละ 7 ออกจากราคาสินค้าอุปโภคและบริโภคที่ ผู้มีบัตรฯ ได้ชำระแล้ว และจะนำเงินร้อยละ 5 มาจ่ายชดเชยโดยโอนเข้าช่อง e-Money ในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐให้แก่ผู้มีบัตรฯ ในวงเงินไม่เกินจำนวน 500 บาทต่อคนต่อเดือน ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2562 - กันยายน 2563 การดำเนินการขยายเวลามาตรการบรรเทาฯ และมาตรการชดเชยเงินฯ คาดว่าจะบรรเทาภาระ ค่าครองชีพอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายด้านสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน และช่วยลดภาระภาษีมูลค่าเพิ่มให้แก่ผู้มีบัตรฯ พร้อมส่งเสริมให้ผู้ประกอบการร้านค้าจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มเพิ่มขึ้น อันจะเป็นการสร้างฐานภาษีที่ยั่งยืนให้กับประเทศ และส่งเสริมให้ประเทศไทยก้าวเข้าสู่สังคมแบบไร้เงินสด อันจะช่วยลดต้นทุนในการบริหารจัดการเงินได้ในอนาคต หากต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อได้ที่ Call Center 0 2270 6400

โดย กระทรวงการคลัง

                ผู้ประกันตนสามารถใช้สิทธิประโยชน์กรณีทันตกรรม อุดฟัน ถอนฟัน ขูดหินปูน ผ่าฟันคุด โดยไม่ต้องสำรองจ่ายในวงเงินไม่เกิน 900 บาทต่อคนต่อปี โดยให้สังเกตป้ายสติ๊กเกอร์ที่ระบุว่า “สถานพยาบาลแห่งนี้ให้บริการผู้ประกันตนกรณีทันตกรรม “ทำฟัน” ไม่ต้องสำรองจ่าย” เพื่อขอรับประโยชน์ทดแทนตามกฎหมายประกันสังคมได้ภายใน 2 ปี นับตั้งแต่วันที่เข้ารับบริการที่ระบุไว้ ในใบรับรองแพทย์ สำหรับกรณีผู้ประกันตนเข้ารับบริการกรณีทันตกรรมในสถานพยาบาลที่ไม่ได้ทำความตกลงเรื่องการเบิกจ่าย ผู้ประกันตนสามารถนำหลักฐานประกอบด้วย ใบเสร็จรับเงิน ใบรับรองแพทย์ พร้อมสำเนาสมุดบัญชีธนาคารของผู้ประกันตนมายื่นต่อสำนักงานประกันสังคมทั่วประเทศ

                หากประชาชนมีข้อสงสัยสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์บริการ สายด่วน 1506 ตลอด 24 ชั่วโมง ไม่เว้นวันหยุดราชการ

               โดย กระทรวงแรงงาน