Facebook Nakhonsawan Click Open

OPEN

          กรมการแพทย์ โดยสถาบันประสาทวิทยา เตือนการเล่นเกมส์ Tripping jump challenge หรือ Skull breaker challenge ซึ่งเป็นเกมส์ใหม่ที่เริ่มต้นในอเมริกาใต้ เป็นไวรัลในเด็กนักเรียนที่ประเทศบราซิล จากการแพร่ภาพวีดีโอในโซเชียลเนทเวิร์ค ทำให้เผยแพร่ไปยังภูมิภาคต่างๆอย่างรวดเร็วในขณะนี้ รวมทั้งประเทศไทย

            นายแพทย์สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่าเกมส์ Tripping jump challenge หรือ Skull breaker challenge เป็นการเล่นโดยมีลักษณะการเล่นคือ เด็ก 2 คนจะหลอกให้เพื่อนคนที่ 3 ยืนตรงกลางกระโดดขึ้นพร้อมๆกัน แล้วสองคนด้านข้างจะเตะตัดขาคนกลางให้ล้มลงหงายหลังลงกับพื้น ซึ่งเป็นการเล่นที่มีความเสี่ยงสูงมาก อาจจะเกิดอันตรายจากการบาดเจ็บที่ศีรษะหรือกระดูกสันหลังส่วนต้นคอ ทำให้เกิดอันตราย ถึงกับอัมพาต หมดสติและเสียชีวิตได้

นายแพทย์ธนินทร์ เวชชาภินันท์ ผู้อำนวยการสถาบันประสาทวิทยา กรมการแพทย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า การเล่นแบบนี้อันตรายมาก เนื่องจากคนที่ถูกทำให้ล้ม มีโอกาสที่จะมีศีรษะกระแทกพื้นอย่างรุนแรง ซึ่งมีโอกาสทำให้คนเล่นกะโหลกศีรษะแตก  มีเลือดออกในสมอง เส้นประสาทสมองถูกทำลาย ทำให้หมดสติ หรือโคม่า นอกจากนี้บางรายอาจจะมีกระดูกคอเคลื่อน อาจเกิดขณะคอมีการแหงนเต็มที่ (hyperextension) ทำให้กล้ามเนื้อส่วนต้นคอ มีการยืดออกอย่างมากทำให้บางส่วนฉีกขาด ทำให้เกิดภยันตรายที่เกิดการบาดเจ็บต่อไขสันหลังส่วนคอและเส้นประสาท ทำให้เกิดอัมพาต หรือถึงเสียชีวิตได้ หรือบางครั้งอาจทำให้เกิดกระดูกที่ต้นแขนหรือหัวไหล่หักหรือเคลื่อนหลุดได้  บิดของกระดูกคอจนหลุดหรือเคลื่อน ทำให้กดประสาทไขสันหลัง มีการอักเสบบวมภายในช่องกระดูกหลังยิ่งทำให้เกิดการหมุนเวียนของเลือดไม่ดี ก็ยิ่งก่อให้เกิดเลือดออกในไขสันหลัง จนเกิดอัมพาตหรือถึงแก่ชีวิตได้ นอกจากนี้ยังมีโอกาสเกิดกระดูกแขนหัก ถ้าเด็กตกลงในท่าเอาแขนกันไว้  ซึ่งเป็นเรื่องที่อันตรายมาก

กรมการแพทย์ ขอเตือนให้ผู้ปกครองทุกท่าน จำเป็นต้องรีบเตือนลูกหลานทั้งหลายอย่าเล่นเกมส์อันตรายนี้อย่างเด็ดขาด และงดเผยแพร่วีดีโอนี้ เนื่องจากเหยื่อส่วนใหญ่จะเป็นเด็กวัยรุ่น ซึ่งอาจจะยังไม่รู้พิษภัยของการเล่นเกมส์ดังกล่าว เพื่อป้องกันไม่ให้ลูกหลานของท่านเกิดอันตรายจากการเล่นเกมส์นี้

                ทั้งนี้การกระทำดังกล่าวอาจทำให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บ หรือหากพลาดพลั้งอาจนำมาซึ่งความสูญเสียต่อร่างกายและชีวิตได้ โดยหากพิสูจน์ทราบว่ามีเจตนาจะทำร้ายร่างกายผู้อื่น จนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจของผู้อื่นนั้น จะมีความผิดตาม ป.อาญา มาตรา295 โทษจำคุกไม่เกิน 2ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ แต่หากการกระทำเป็นเหตุให้ ผู้ถูกทำร้ายรับ อันตรายสาหัส จะมีความผิดตาม มาตรา 297 โทษจำคุกตั้งแต่ 6เดือน ถึง 10ปี และปรับตั้งแต่ 10,000 บาทถึง 200,000 บาท

******************************************

#กรมการแพทย์ #สถาบันประสาทวิทยา #Tripping Jump Challenge

โดย กรมการแพทย์ ,ศาลยุติธรรม

 

⯑ เตือน ❌ อย่าหลงเชื่อ การเรียกรับเงิน ผลประโยชน์จากการสมัครเข้าร่วมโครงการส่งเสริมการเลี้ยงสัตว์และกิจการที่เกี่ยวเนื่อง” โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “โครงการสินเชื่อธุรกิจชุมชนสร้างไทย” หรือที่รู้จักกันโดยทั่วไป คือ “สินเชื่อกู้ล้าน จ่ายร้อย”

 

ติดต่อสอบถาม Call Center กรมปศุสัตว์ 026534444

 

#สร้างการรับรู้สู่ชุมชน

 

https://www.facebook.com/mahadthai4.0/photos/a.105038457704216/128974241977304

 

                จากสถานการณ์การระบาดของโรคปอดอักเสบจากเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ได้ขอความร่วมมือผู้ประกอบการรถโดยสารสาธารณะทุกประเภท ให้ดำเนินการทำความสะอาดฆ่าเชื้อรถโดยสารทุกคัน และจุดบริการผู้โดยสารทุกแห่ง เพื่อป้องกันการ แพร่ระบาดของเชื้อโรค

                 สำหรับผู้ขับรถและผู้ให้บริการในภาคขนส่งสาธารณะ ซึ่งเป็นผู้ใกล้ชิดกับนักท่องเที่ยวมากที่สุด เช่น ผู้ขับรถแท็กซี่ ผู้ให้บริการรถทัวร์เช่าเหมา จะมีความเสี่ยงสูงต่อการแพร่และรับโรคติดต่อทางเดินหายใจได้ง่าย จึงขอให้เพิ่มความระมัดระวังดูแลสุขอนามัยอย่างเคร่งครัด ใช้สวมหน้ากากอนามัยหรือให้มีเจลล้างมือไว้ในรถ และขอให้ช่วยสังเกตอาการของผู้โดยสารที่เดินทางมาจากต่างประเทศโดยเฉพาะนักท่องเที่ยวที่มาจากประเทศจีน หากพบว่านักท่องเที่ยวมีอาการไข้หรือมีอาการระบบทางเดินหายใจ เช่น ไอ เจ็บคอ มีน้ำมูก หายใจเหนื่อยหอบ ให้แจ้งเจ้าหน้าที่สาธารณสุขหรือแจ้ง สายด่วนศูนย์คุ้มครองผู้โดยสารและรับเรื่องร้องเรียนรถโดยสารสาธารณะ 1584 เพื่อประสานส่งต่อผู้ป่วยให้เข้ารับการรักษาต่อไป ส่วนการให้บริการประชาชนที่สถานีขนส่งผู้โดยสารทั่วประเทศ ได้เน้นย้ำให้สำนักงานขนส่งจังหวัดและสำนักงานขนส่งจังหวัดสาขา ดำเนินการทำความสะอาดฆ่าเชื้อโรคภายในสถานีขนส่งผู้โดยสารเป็นประจำทุกวัน เพิ่มความถี่การเช็ดทำความสะอาดจุดสัมผัสสาธารณะ อาทิ ปุ่มกดลิฟต์ ผนังลิฟต์ ที่จับราวบันได ที่จับประตูห้องน้ำ ที่จับประตูอาคาร และพื้นที่ส่วนกลางที่มีประชาชนใช้บริการ จัดให้มีสบู่และกระดาษในห้องน้ำอย่างเพียงพอ และให้ความร่วมมือสนับสนุนการดำเนินมาตรการเฝ้าระวังป้องกันโรคกับหน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่

                ทั้งนี้ สำหรับประชาชนขอให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข โดยดูแลสุขภาพ พักผ่อนให้เพียงพอ รับประทานอาหารปรุงสุก ใส่หน้ากากอนามัยเมื่ออยู่ในแหล่งชุมชน และไม่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงต่อการรับเชื้อไวรัสหรือภาวะเสี่ยงต่อการเกิดโรค

                โดย กระทรวงคมนาคม

 

               กระทรวงสาธารณสุข แนะวิธีสร้างเกาะป้องกัน “ไวรัสโคโรนา” ด้วยการล้างมือ 7 ขั้นตอน ดังนี้

ขั้นตอนที่ 1 ล้างมือด้วยสบู่ ถูฝ่ามือให้ทั่ว

ขั้นตอนที่ 2 ถูหลังมือ - ซอกนิ้ว

ขั้นตอนที่ 3 ฝ่ามือถูฝ่ามือ และถูซอกนิ้วมือ

ขั้นตอนที่ 4 หลังนิ้วมือถูฝ่ามือ

ขั้นตอนที่ 5 ถูนิ้วหัวแม่มือโดยรอบด้วยฝ่ามือ

ขั้นตอนที่ 6 ปลายนิ้วมือถูขวางฝ่ามือ

ขั้นตอนที่ 7 ถูรอบข้อมือ แล้วล้างด้วยน้ำสะอาด

               เพียงเท่านี้ ท่านก็สามารถป้องกันตนเองจากเชื้อ “ไวรัสโคโรนา” เบื้องต้นได้แล้ว แต่อย่างไรก็ตามในช่วงนี้ควรสวมหน้ากากอนามัยทุกครั้งเมื่อออกจากบ้าน และหลีกเลี่ยงสถานที่แออัด เพื่อป้องกันตนเองอีกทางหนึ่งด้วย หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติมสอบถามได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค 1422 และสามารถติดตามข่าวสารได้จาก Line@/Facebook: รู้กันทันโรค และ Facebook: กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข

               โดย กระทรวงสาธารณสุข

 

               เนื่องจากประเทศไทยได้รับผลกระทบจากปัญหาฝุ่นละอองในอากาศ และเชื้อไวรัสโคโรนา สายพันธุ์ใหม่ 2019 ทำให้มีผู้ค้าบางรายกักตุนสินค้าประเภทหน้ากากอนามัย และมีการฉกฉวยโอกาส ขึ้นราคาสินค้า

               รัฐบาลจึงออกประกาศควบคุมราคาสินค้า อาทิ หน้ากากอนามัย ใยสังเคราะห์ Polypropylene (Spunbond) เพื่อใช้ในการผลิตหน้ากากอนามัย ผลิตภัณฑ์ที่มีแอลกอฮอล์เป็นส่วนประกอบ เพื่อสุขอนามัยสำหรับมือ รวมถึงเศษกระดาษ และกระดาษที่นำกลับมาใช้ได้อีก บังคับใช้เป็นระยะเวลา 1 ปี ตั้งแต่วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2563 เป็นต้นไป

              สำหรับผู้ที่จำหน่ายหน้ากากอนามัย ในกรณีที่ไม่ปิดป้ายแสดงราคา มีโทษปรับ 10,000 บาท หรือในกรณีจำหน่ายสินค้าราคาสูงเกินสมควร กักตุนสินค้า และปฏิเสธการจำหน่าย มีโทษจำคุก 7 ปี ปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

              ทั้งนี้ หากประชาชนท่านใดพบเห็นผู้ค้าฉวยโอกาสจำหน่ายหน้ากากอนามัยและผลิตภัณฑ์แอลกอฮอล์ล้างมือเกินราคา หรือถูกเอาเปรียบจากร้านค้าที่จำหน่าย สามารถแจ้งได้ที่สายด่วน 1569 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

              โดย กระทรวงพาณิชย์