Facebook Nakhonsawan Click Open

OPEN

 

 

ใกล้เทศกาลส่งความสุขปีใหม่ปีนี้ อย่าพลาดงาน OTOP City 2019 ภายใต้ธีมงาน “เทศกาลของขวัญปีใหม่ ของฝากถูกใจ ผลิตภัณฑ์ทั่วไทยรวมไว้ใน OTOP City 2019”  จัดขึ้นในวันที่ 15 - 23 ธันวาคม 2562  ณ ชาเลนเจอร์ 1-3 เวลา 10.00 - 21.00 น.

และเพื่ออำนวยความสะดวก OTOP ไทยในยุคดิจิทัล วันนี้ท่านสามารถสั่งจองกระเช้าของขวัญปีใหม่ โดยดูรายละเอียดสินค้าและการสั่งจองได้ที่นี่

ชุดที่ 1 กระเช้าของที่ระลึกปีใหม่

http://cddata.cdd.go.th/apps/otop62/products/ListOTOP2.pdf

ชุดที่ 2 ผลิตภัณฑ์ชุมชนและชุดของขวัญปีใหม่

http://cddata.cdd.go.th/apps/otop62/products/ListOTOP3.pdf

และสามารถโทร HOTLINE 064-993-9399 (incoming call) เพื่อสั่งซื้อสินค้าพร้อมจัดส่งทั่วประเทศ

โดย กองสารนิเทศ สป.มท.

 

                กระทรวงอุตสาหกรรม ชี้แจงกรณีที่มีข่าวเรื่องการปิดกิจการโรงงานและการเลิกจ้างงานในปัจจุบันว่า ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2562 ถึงวันที่ 12 พฤศจิกายน 2562 ถึงแม้ว่ามีการยื่นขอปิดกิจการโรงงานจำนวน 1,391 โรงงาน แต่เมื่อเทียบกับการขอยื่นประกอบกิจการโรงงานใหม่ ซึ่งมีถึง 2,889 โรงงาน พบว่าโรงงานเปิดใหม่ยังมากกว่าโรงงานที่ปิดกิจการสูงถึง 107% ในส่วนของแรงงานแม้ว่ามีการเลิกจ้างงานจากการปิดกิจการจำนวน 35,533 คน แต่มีการจ้างงานจากการประกอบกิจการใหม่สูงถึง 84,033 คน และมีการจ้างงานเพิ่มจากการขยายโรงงานอีกจำนวน 84,704 คน

                 ปัจจุบันพบว่ายังมีโรงงานหลายแห่งต้องการรับแรงงานเพิ่มเติมอีกจำนวนมากในส่วนการลงทุนใหม่จากการประกอบกิจการใหม่และการขยายกิจการโรงงานเดิม พบว่าในปี 2562 มีเงินลงทุนเพิ่มเติมในกิจการโรงงานถึง 431,216 ล้านบาท สูงกว่าปีที่ผ่านมาถึง 36.6% ภาพรวมการดำเนินกิจการโรงงานในปัจจุบันไม่ได้อยู่ในสภาพถดถอยแต่อย่างใด

                  โดย กระทรวงอุตสาหกรรม

 

 

                กระทรวงอุตสาหกรรม โดยสำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (สอน.) ได้เล็งเห็นถึงปัญหาของเกษตรกรชาวไร่อ้อย ได้เปิดให้บริการรับจดทะเบียนชาวไร่อ้อยและหัวหน้ากลุ่มชาวไร่อ้อย ประจำปี 2562 ครั้งที่ 2 ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 29 พฤศจิกายน 2562 (เว้นวันหยุดราชการ) ระหว่างเวลา 08.30 - 16.30 น. โดยเกษตรกรชาวไร่อ้อยสามารถยื่นคำร้องขอจดทะเบียน ได้ที่เขตบริหารอ้อยและน้ำตาลทราย 1 - 8 และหน่วยประจำโรงงานน้ำตาลทั้ง 57 แห่งทั่วประเทศ ฟรีไม่เสียค่าธรรมเนียมใด ๆ ทั้งสิ้น โดยสิทธิประโยชน์ที่เกษตรกรชาวไร่อ้อยจะได้รับจากการจดทะเบียน คือ 1) ได้รับสิทธิ์ในการส่งอ้อยเข้าโรงงานอย่างถูกต้องและเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด 2) ได้รับเงินค่าอ้อยเพิ่มขึ้นกรณีที่การประกาศราคาอ้อยขั้นสุดท้ายมากกว่าราคาอ้อยขั้นต้น 3) ได้รับการสนับสนุนและการให้ความช่วยเหลือต่าง ๆ จากภาครัฐ อาทิ โครงการเงินช่วยเหลือเกษตรกรชาวไร่อ้อยเพื่อซื้อปัจจัยการผลิตที่รัฐบาลให้ความช่วยเหลือโดยเฉพาะเกษตรกรชาวไร่อ้อยรายเล็ก รวมถึงโครงการส่งเสริมสินเชื่อเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตอ้อยอย่างครบวงจร ในอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 2 ต่อปี ซึ่งเป็นการช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรชาวไร่อ้อยและสร้างความมั่นคงในการทำอาชีพไร่อ้อย เกษตรกรชาวไร่อ้อยที่ขอจดทะเบียน จะต้องปลูกอ้อยในท้องที่ฯ ที่คณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทรายกำหนด และมีสัญญาส่งอ้อยให้แก่โรงงานน้ำตาลหรือส่งผ่านหัวหน้ากลุ่ม ชาวไร่อ้อย โดยการขอจดทะเบียนเป็นหัวหน้ากลุ่มชาวไร่อ้อย จะต้องมีสัญญาส่งอ้อยให้แก่โรงงาน อย่างไรก็ตาม เกษตรกรชาวไร่อ้อยที่จดทะเบียนเป็นชาวไร่อ้อย หรือจดทะเบียนเป็นหัวหน้ากลุ่มชาวไร่อ้อย จะได้รับความช่วยเหลือต่างๆ ตามที่กฎหมายกำหนด รวมทั้งได้รับการส่งเสริมและสนับสนุน จากกระทรวงอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่อง จึงขอให้เกษตรกรชาวไร่อ้อยทุกคนมาลงทะเบียนก่อน 29 พฤศจิกายน 2562 นี้ เพื่อจะได้รับการดูแลกันอย่างทั่วถึง ทั้งนี้ สามารถโทรศัพท์สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 0 2202 3290 หรือเข้าไปดูรายละเอียดได้ที่ประกาศในเว็บไซต์สำนักงาน www.ocsb.go.th เพื่อความสะดวกและรวดเร็วในการรับบริการ

                    โดย กระทรวงอุตสาหกรรม

 

 

 

                 กระทรวงแรงงาน ได้ให้กรมการจัดหางานเฝ้าติดตามสถานการณ์การจ้างงาน พร้อมเตรียมตำแหน่งงานว่างรองรับ ซึ่งขณะนี้ กรมการจัดหางานได้จัดหาตำแหน่งงานว่างรองรับทั่วประเทศ จำนวน 79,247 อัตรา โดยตำแหน่งที่ต้องการมากที่สุด 5 อันดับแรกคือ 1. แรงงานด้านการผลิต 2. พนักงานขาย 3. เสมียน พนักงานทั่วไป พนักงานธุรการ 4. พนักงานบริการลูกค้า 5. เจ้าหน้าที่คลังสินค้า ตั้งแต่ระดับ ปวช.- ปวส. จนถึงปริญญาตรี โดยสายอาชีพเป็นที่ต้องการของตลาดแรงงานเป็นอย่างมาก เนื่องจากปัจจุบันมีผู้เลือกเรียนสายอาชีพค่อนข้างน้อย ทำให้ในอนาคตจะเป็นที่ต้องการของตลาดแรงงานเป็นอย่างมาก

                 สำหรับประชาชนที่ต้องการคำแนะนำและต้องการสอบถามตำแหน่งงานว่าง กรมการจัดหางาน รับขึ้นทะเบียนผู้ประกันตนกรณีว่างงาน รับขึ้นทะเบียนสมัครงานและจับคู่ตำแหน่งงานว่าง ตลอดจนให้คำปรึกษา แนะแนวอาชีพ และแนะนำการประกอบอาชีพอิสระ โดยมีช่องทางการให้บริการหลายช่องทางคือ ติดต่อได้ที่สำนักงานจัดหางานจังหวัดทุกจังหวัด และกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1-10 ศูนย์บริการจัดหางานเพื่อคนไทย (Smart Job Center) รถบริการจัดหางานเคลื่อนที่ (Mobile Unit) หรือทางเว็บไซต์ www.doe.go.th/smartjob นอกจากนี้ ยังสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกระทรวงแรงงาน โทร. 1506 กด 2

                 โดย กระทรวงแรงงาน

 

 

กระทรวงพาณิชย์ โดยคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการมันสำปะหลัง (นบมส.) ได้ดำเนินโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง ปี 2562/63 โดยประกันรายได้สำหรับหัวมันสำปะหลังสดเชื้อแป้ง 25% กิโลกรัมละ 2.50 บาท ไม่เกินครัวเรือนละ 100 ตัน แก่เกษตรกรที่ขึ้นทะเบียน ผู้ปลูกและแจ้งระยะเวลาเก็บเกี่ยวกับกรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งเกษตรกร 1 ครัวเรือน ใช้สิทธิ์ได้ 1 ครั้ง โดยรัฐบาลจะจ่ายเงินส่วนต่างเข้าบัญชีเกษตรกรโดยตรงครั้งแรกในวันที่ 1 ธันวาคม 2562 และจ่ายต่อเนื่องทุกวันที่ 1 ของเดือน เป็นเวลา 12 เดือน สำหรับเกษตรกรที่เก็บเกี่ยวก่อนวันที่ 1 ธันวาคม 2562 ให้มีสิทธิรับเงินชดเชยในวันที่ 1 ธันวาคม 2562 สำหรับมาตรการคู่ขนานเพื่อรักษาเสถียรภาพราคามันสำปะหลัง ได้กำหนดให้มีการตรวจสอบคุณภาพให้เป็นไปตามมาตรฐาน การหักน้ำหนักสิ่งเจือปน รวมถึงการแสดงราคารับซื้อ และลงโทษผู้กระทำผิดตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยให้กรมการค้าต่างประเทศกำกับดูแลการส่งออกและนำเข้ามันสำปะหลังและผลิตภัณฑ์อย่างจริงจัง พร้อมทั้งดำเนินโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการเพาะปลูกมันสำปะหลัง โดยให้ ธ.ก.ส จัดสินเชื่อแก่เกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังปี 2562/63 เป้าหมาย 5,000 รายๆ ละ ไม่เกิน 230,000 บาท วงเงินกู้รวม 1,150 ล้านบาท คิดดอกเบี้ยเงินกู้ในอัตรา MRR ที่อัตราร้อยละ 6.875 ต่อปี โดยรัฐบาลชดเชยดอกเบี้ยให้แก่เกษตรกรผู้กู้ในอัตราร้อยละ 3 ต่อปี เป็นระยะเวลาไม่เกิน 24 เดือน และโครงการสินเชื่อเพื่อรวบรวมมันสำปะหลังและสร้างมูลค่าเพิ่มโดยสถาบันเกษตรกร ให้ ธ.ก.ส. จัดสินเชื่อแก่สถาบันเกษตรกรที่มีการประกอบธุรกิจเกี่ยวกับมันสำปะหลัง หรือสมาชิกประกอบอาชีพเลี้ยงสัตว์เป็นหลัก วงเงิน 1,500 ล้านบาท คิดดอกเบี้ยเงินกู้ในอัตรา MLR-1 หรือร้อยละ 4 ต่อปี โดยรัฐบาลชดเชยดอกเบี้ยให้สถาบันเกษตรกรในอัตราร้อยละ 3 ต่อปี ระยะเวลาไม่เกิน 12 เดือน ทั้งนี้ยังได้ส่งเสริมการใช้มันสำปะหลังในประเทศเพิ่มขึ้น โดยพัฒนาการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์พลาสติกชีวภาพและอุตสาหกรรมอาหารและเพิ่มช่องทางจำหน่ายผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง โดยเฉพาะแอลกอฮอล์ที่ผลิตจากมันสำปะหลังและกากน้ำตาลซึ่งปัจจุบันมีตลาดรองรับจำกัด ทั้งนี้ หากเกษตรกรท่านใดมีข้อสงสัย สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนกรมการค้าภายใน โทร. 1569

โดย กระทรวงพาณิชย์