Facebook Nakhonsawan Click Open

OPEN

 

 

                กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ได้ออกประกาศหลักเกณฑ์การขอผ่อนผัน และขอระงับการเรียกให้ชำระหนี้ สำหรับผู้ที่ประสบภัยพิบัติ ผู้พิการ ผู้ไม่มีรายได้ หรือมีความจำเป็นต้องดูแลบุคคลในครอบครัวที่ชราภาพ ป่วย หรือพิการ เพื่อขอผ่อนผันการชำระเงินคืนกองทุนสำหรับผู้กู้ยืมที่ครบกำหนดชำระหนี้ ดังนี้

                1) กรณีผู้กู้ยืมเป็นผู้ประสบภัยพิบัติ ซึ่งทรัพย์สินได้รับความเสียหายรุนแรง ซึ่งต้องได้รับการรับรองจากหน่วยงานของรัฐว่าเป็นผู้ประสบภัยจริงภายใน 1 ปีนับจากวันที่ประสบภัยพิบัติ สามารถขอผ่อนผันได้ไม่เกิน 2 คราว ๆ ละไม่เกิน 1 ปี โดยช่วงเวลาที่ได้รับการผ่อนผันผู้กู้ยืมไม่ต้องชำระหนี้ ทั้งเงินต้นและดอกเบี้ย

                กรณีเป็นผู้มีรายได้ถดถอย ต้องเป็นผู้ได้รับเงินได้พึงประเมิน โดยหักภาษี ณ ที่จ่าย หักเงินเข้ากองทุนที่ผู้กู้ยืมเงินต้องถูกหักตามกฎหมาย และเมื่อหักจำนวนเงินงวดที่ครบกำหนดชำระคืนกองทุนในปีนั้นมาเฉลี่ยเป็นรายเดือน แล้วมีเงินเหลือไม่เกินเดือนละ 2,500 บาท

                กรณีเป็นผู้กู้ยืมเงินที่มีความจำเป็นต้องดูแลบุคคลในครอบครัวซึ่งชราภาพ ป่วย หรือพิการ ต้องเป็นผู้มีรายได้คงเหลือหลังจากการหักค่าใช้จ่ายที่ใช้ดูแลบุคคลในครอบครัว ซึ่งชราภาพ ป่วย หรือพิการแล้ว เหลือไม่เกิน 8,008 บาท/เดือน ตามประกาศที่กองทุนกำหนด

                 สำหรับกรณีเป็นผู้มีรายได้ถดถอย และกรณีเป็นผู้กู้ยืมเงินที่มีความจำเป็นต้องดูแลบุคคล ในครอบครัวซึ่งชราภาพ ป่วย หรือพิการ ให้ผู้กู้ยืมทำบันทึกข้อตกลงต่อท้ายสัญญากู้ยืมเงินกับกองทุน ตามเงื่อนไขในการชำระเงินคืนกองทุน ดังนี้

               1) ขยายระยะเวลาในการชำระเงินคืน / ในการชำระเงินงวดสุดท้ายผู้กู้ยืมต้องมีอายุไม่เกิน 60 ปี

                  - มูลหนี้รวมคงเหลือไม่เกิน 1 แสนบาท ขยายเวลาชำระหนี้ไม่เกิน 1.5 เท่า

                 - เกิน 1 แสน แต่ไม่เกิน 2 แสน ขยายไม่เกิน 2 เท่า

                - เกิน 2 แสน ขยายไม่เกิน 2.5 เท่า

               2) ชำระหนี้เป็นรายเดือน

               3) หากผิดนัดชำระหนี้การขยายเวลาสิ้นผล ผู้กู้ยืมต้องชำระหนี้ให้เสร็จสิ้นภายในระยะเวลาตามสัญญากู้ยืมเงินเดิม และเสียเบี้ยปรับร้อยละ 1.5/เดือน ของจำนวนเงินที่ค้างชำระ

               นอกจากนั้น กองทุนได้ออกประกาศหลักเกณฑ์การขอระงับการเรียกให้ชำระหนี้ สำหรับ ผู้พิการหรือทุพพล เป็นโรคติดต่อร้ายแรง หรือโรคเรื้อรังที่ไม่สามารถประกอบการงานได้ มีรายได้ที่ไม่ได้เกิดจากการประกอบอาชีพการงานไม่เกินสามหมื่นบาทต่อปี หรือไม่เกินสองพันห้าร้อยบาทต่อเดือน สามารถขอให้กองทุนพิจารณาระงับการเรียกให้ชำระหนี้ได้คราวละไม่เกิน 1 ปี โดยผู้กู้ยืมต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้

                1) พิการหรือทุพพลภาพไม่สามารถประกอบการงานได้

                2) เป็นโรคติดต่อร้ายแรงจนไม่สามารถประกอบการงานได้

                3) เป็นโรคเรื้อรังที่ปรากฏอาการเด่นชัดหรือรุนแรง จนไม่สามารถประกอบการงานได้

                4) เป็นผู้ที่ได้รับโทษตามคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกตลอดชีวิต

                5) เป็นผู้ที่ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดและกองทุนได้ดำเนินการยื่นคำขอรับชำระหนี้ ในคดีล้มละลายแล้ว

                ผู้กู้ยืมที่ประสงค์ขอผ่อนผันหรือขอระงับการเรียกให้ชำระหนี้ สามารถดูรายละเอียดคุณสมบัติตามประกาศเงื่อนไขหลักเกณฑ์ที่กองทุนกำหนด และยื่นเอกสารหลักฐานให้กองทุนพิจารณาโดยดาวน์โหลดแบบฟอร์มได้ที่ www.studentloan.or.th สอบถามเพิ่มเติมโทร. 0 2016 4888 หรือ Line@กยศ.

                โดย กระทรวงการคลัง

 

หลังจากที่ในหลายพื้นที่ของประเทศไทย ได้รับผลกระทบจากพายุโพดุล ทั้งพื้นที่อยู่อาศัย และพื้นที่การเกษตร โดยในส่วนของพื้นที่การเกษตรกรมชลประทานได้ดำเนินการเร่งสูบน้ำออกจากพื้นที่น้ำท่วมขังทั้งในพื้นที่การเกษตร พื้นที่ชุมชน และพื้นที่เศรษฐกิจ ในพื้นที่ประสบอุทกภัย 19 จังหวัด โดยคาดว่าภาวะน้ำท่วมจะดีขึ้นในเร็ววันนี้

กรมส่งเสริมการเกษตรได้เตรียมเข้าสำรวจความเสียหายพื้นที่การเกษตรทันทีหลังน้ำลด โดยมอบหมายให้เกษตรจังหวัดทุกจังหวัดเตรียมผลิตชีวภัณฑ์ เช่น ไตรโคเดอร์มา เพื่อแจกจ่ายช่วยเหลือเกษตรกรหลังน้ำลดทันทีหลังน้ำลด สารชีวภัณฑ์จะสามารถช่วยลดผลกระทบจากโรคพืชที่มากับน้ำได้

ส่วนมาตรการให้ความช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยพิบัติ หากผู้ว่าราชการจังหวัดประกาศเขตพื้นที่ภัยพิบัติ พี่น้องเกษตรกรจะต้องยื่นแบบความจำนงขอรับการช่วยเหลือ (กษ.01) เพื่อพิจารณาให้ความช่วยเหลือตามขั้นตอน โดยเกษตรกรต้องขึ้นทะเบียนเกษตรกรกับกรมส่งเสริมการเกษตรไว้ก่อนเกิดภัย ในส่วนของการจ่ายเงินช่วยเหลือตามจำนวนพื้นที่จริงที่ได้รับความเสียหาย รายละไม่เกิน 30 ไร่ ซึ่งกำหนดให้นาข้าวได้รับอัตราไร่ละ 1,113 บาท พืชไร่ได้รับอัตราไร่ละ 1,148 บาท และพืชสวนและอื่นๆ ได้รับอัตราไร่ละ 1,690 บาท

อย่างไรก็ตาม กรมชลประทานจะเร่งดำเนินการสูบน้ำออกจากพื้นที่การเกษตรโดยเร็วที่สุด เนื่องจากหากน้ำท่วมขังไม่นานอาจไม่ส่งผลกระทบต่อพืชผล แต่หากกรมส่งเสริมการเกษตรสำรวจแล้วพบว่าพืชผลของเกษตรกรที่กำลังจะเก็บเกี่ยวผลผลิตเสียหาย นอกจากจะได้รับเงินช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลังแล้ว กระทรวงเกษตรฯ จะพิจารณามาตรการช่วยเหลืออื่นๆ ตามความเหมาะสม เช่น สนับสนุนปัจจัยการผลิตสำหรับฤดูกาลเพาะปลูกต่อไป รวมถึงประสานกับกระทรวงพาณิชย์หาตลาดจำหน่ายผลผลิตให้ ตามนโยบายการตลาดนำการเกษตร เพื่อสร้างความมั่นใจแก่เกษตรกรว่าขายผลผลิตได้แน่นอน และมีรายได้อย่างต่อเนื่อง

โดย สำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

กระทรวงศึกษาธิการ ได้ดำเนินโครงการ “ตลาดวาดฝัน: สร้างโอกาส สร้างอาชีพ นักเรียนทุนเสมอภาค” โดยร่วมกับกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการที่ช่วยลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา เพื่อช่วยเหลือนักเรียนและครอบครัวที่ยากจนพิเศษทั้งในระดับประถมศึกษา มัธยมศึกษา อาชีวศึกษา รวมถึงการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ซึ่งมีรายได้เฉลี่ยต่อเดือนต่อคนต่ำกว่า 1,250 บาท พร้อมกับฝึกอาชีพให้นักเรียนสามารถประกอบอาชีพได้ด้วยตนเอง โดยถือเป็นโครงการต้นแบบที่ดีที่สามารถนำไปขยายผลการปฏิบัติในวงกว้างได้อย่างเป็นรูปธรรม

สำหรับโครงการเงินอุดหนุนนักเรียนยากจนพิเศษอย่างมีเงื่อนไข จัดสรรแบ่งเป็น 2 ส่วน ได้แก่ มอบให้นักเรียน ทั้งค่าเดินทาง ค่าครองชีพ และมอบให้โรงเรียนในการจัดกิจกรรมพัฒนาทักษะอาชีพ ทักษะชีวิต ต่อยอดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนของกระทรวงศึกษาธิการ งบประมาณที่กองทุน เพื่อความเสมอภาคทางการศึกษาได้รับ อาจไม่เพียงพอเมื่อเทียบกับจำนวนของเด็กที่ต้องได้รับการดูแล ซึ่งขณะนี้มีโรงเรียนสมัครเข้าร่วมโครงการตลาดวาดฝันฯ และเป็นโรงเรียนต้นแบบกิจกรรมทักษะอาชีพแล้ว จำนวน 107 โรงเรียน กระทรวงศึกษาธิการจึงขอประชาสัมพันธ์เชิญชวนให้ประชาชนทั่วไป ภาคธุรกิจ รวมถึงภาคเอกชน สามารถร่วมสมทบเงินบริจาคเพื่อช่วยเด็กที่มีฐานะยากจน เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาต่อไป สามารถติดต่อสอบถาม หรือแจ้งเรื่องร้องเรียน ได้ที่สายด่วนการศึกษา โทร. 1579

โดย กระทรวงศึกษาธิการ

สำนักงานประกันสังคมได้ดำเนินการกับนายจ้างที่ไม่ได้แจ้งขึ้นทะเบียนและแจ้งสิ้นสุด ความเป็นผู้ประกันตนภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดอย่างเคร่งครัด โดยกฎหมายได้กำหนดให้นายจ้างซึ่งมีลูกจ้างทำงานในสถานประกอบการตั้งแต่ 1 คนขึ้นไป ต้องแจ้งขึ้นทะเบียนผุ้ประกันตน (สปส. 1-03) โดยนายจ้างที่มีสำนักงานใหญตั้งอยู่ในเขตกรุงเทพมหานคร ให้ยื่นแบบขึ้นทะเบียนได้ที่สำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่ สำหรับนายจ้างที่มีสำนักงานใหญ่ในส่วนภูมิภาค ให้ยื่นแบบขึ้นทะเบียนได้ที่ สำนักงานประกันสังคมจังหวัด/สาขาที่สถานประกอบการตั้งอยู่ โดยนายจ้าง มีหน้าที่ขึ้นทะเบียนลูกจ้างภายใน 30 วัน กรณีที่มีลูกจ้างลาออกจากงาน ให้นายจ้างยื่นแบบแจ้ง การสิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตน (สปส. 6-09) พร้อมระบุสาเหตุการออกจากงาน หรือกรณีที่ผู้ประกันตนเปลี่ยนแปลงข้อเท็จจริง ให้นายจ้างยื่นแบบแจ้งการเปลี่ยนแปลงข้อเท็จจริงผู้ประกันตน (สปส.6-10) ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดจากเดือนที่มีการเปลี่ยนแปลงข้อเท็จจริง ทั้งนี้ นายจ้างสามารถทำธุรกรรมงานทะเบียนผู้ประกันตนได้ที่เว็บไซต์ www.sso.go.th ตามเงื่อนไขที่สำนักงานประกันสังคมกำหนด

สำนักงานประกันสังคมจะดำเนินการออกหนังสือเชิญพบหากพบว่านายจ้างมีเจตนา ให้ดำเนินการปรับหรือเปรียบเทียบปรับตามขั้นตอนของกฎหมาย อย่างไรก็ตาม ขอความร่วมมือให้นายจ้างปฏิบัติอย่างเคร่งครัด เพื่อให้ผู้ประกันตนได้รับประโยชน์สูงสุด สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานประกันสังคมใกล้บ้านท่าน หรือที่สายด่วน 1506 ให้บริการไม่เว้นวันหยุดราชการตลอด 24 ชั่วโมง

โดย กระทรวงแรงงาน

กระทรวงพาณิชย์ได้ดำเนินโครงการลดภาระค่าครองชีพผู้บริโภคข้าวเหนียว โดยจัดส่งข้าวเหนียวบรรจุถุงเบื้องต้นปริมาณ 1,000 ตัน หรือจำนวน 2.6 แสนถุง เพื่อกระจายไปยังร้านธงฟ้าราคาประหยัดเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่นในจังหวัดต่างๆ รวม 59 จังหวัด จำนวน 1,493 ร้านค้า ยกเว้นภาคใต้ เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนแก่ประชาชนผู้มีรายได้น้อย โดยถุงขนาด 2 กิโลกรัม (กก.) จำหน่ายราคาถุงละ 70 บาท หรือ กิโลกรัมละ 35 บาท และถุงขนาด 5 กิโลกรัม ราคาถุงละ 160 บาท หรือ กิโลกรัมละ 32 บาท และจะกระจายได้ครบทุกจังหวัดทั่วประเทศภายใน 2 สัปดาห์นี้

การจัดทำข้าวเหนียวบรรจุถุงราคาถูกออกมาจำหน่าย เนื่องจากที่ผ่านมาสถานการณ์ราคาข้าวเหนียวได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง ทำให้ปริมาณข้าวเหนียวออกสู่ตลาดลดลง เกษตรกรหันไปปลูกข้าวหอมมะลิเพิ่มขึ้น และยังเป็นช่วงปลายฤดูทำให้ราคาสูงขึ้นเป็นอย่างมาก ทำให้ผู้บริโภคข้าวเหนียวเดือดร้อน กรมการค้าภายในจึงจัดทำข้าวเหนียวถุงออกมาบรรเทาความเดือดร้อนและลดรายจ่ายให้ผู้มีรายได้น้อย”

สำหรับข้าวเหนียวถุงที่จำหน่ายเป็นข้าวเหนียว 10% มีคุณภาพมาตรฐานตามที่กำหนด ผู้บริโภคไม่ต้องกังวลเรื่องคุณภาพ โดยจะมีจำหน่ายที่ร้านธงฟ้าฯ และในห้างโมเดิร์นเทรด แต่จะจำกัดให้ประชาชนซื้อถุงละ 5 กิโลกรัม ไม่เกินคนละ 1 ถุง และถุง 2 กิโลกรัม ไม่เกินคนละ 3 ถุง เพื่อป้องกันการกักตุน และกระจายสินค้าอย่างทั่วถึง โดยการซื้อในร้านธงฟ้าฯ ไม่ต้องใช้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ แต่ถ้าซื้อในห้างโมเดิร์นเทรดต้องแสดงบัตรสวัสดิการแห่งรัฐก่อนซื้อ

โดย กระทรวงพาณิชย์