Facebook Nakhonsawan Click Open

OPEN

 

.................................................................................................................................

>> ดาวน์โหลด <<

 >> คำสั่งมอบอำนาจของผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์ <<

............................................................................................................................................

 

                7 พฤศจิกายน  2561 เวลา 09.00 - 12.00 น. นายสุวิทย์ เดชครุฑ นายอำเภอโกรกพระ / นายกกิ่งกาชาดอำเภอโกรกพระ  พร้อมด้วยสมาชิกกิ่งกาชาดอำเภอโกรกพระ เจ้าหน้าที่ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ภาค 8 นครสวรรค์ เจ้าหน้าที่ รพ.โกรกพระ เจ้าหน้าที่สาธารณสุขอำเภอ ร่วมกันออกหน่วยเคลื่อนที่รับบริจาคโลหิต ณ หอประชุมอำเภอโกรกพระ  โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ  /  ข้าราชการ  / เจ้าหน้าที่ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น  / กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน  / ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน  / แพทย์ประจำตำบล / สารวัตรกำนัน  และประชาชนอำเภอโกรกพระ มาลงทะเบียนบริจาคเลือดจำนวน  239  ราย  สามารถบริจาคโลหิตได้  179  ราย บริจาคอวัยวะ  1  ราย

               9 พฤศจิกายน 2561เวลา 08.30 น.) เรือตรีวิทยา เกล้าวิกรณ์ นายอำเภอแม่เปิน พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และราษฎรชาวแม่เปิน ร่วมบริจาคโลหิตให้กับสำนักงานเหล่ากาชาด   จังหวัดนครสวรรค์ ณ ศาลาประชาคมอำเภอแม่เปิน จังหวัดนครสวรรค์ จำนวนผู้ร่วมบริจาค 115 คน

               โดย  อำเภอโกรกพระ   อำเภอแม่เปิน

 

                6 พฤศจิกายน 2561  นายพิษณุ ตุลยวณิชย์  ปศุสัตว์จังหวัดนครสวรรค์ ชี้แจงกรณีรับแจ้งขอความช่วยเหลือผ่าน APP DLD 4.0 เรื่องสุนัขแถวบ้านสูญหายสันนิษฐานว่าอาจโดนยาเบื่อ ผู้ร้องเรียนอาศัยอยู่ ตำบลตาขีด อำเภอบรรพตพิสัย จังหวัดนครสวรรค์ แจ้งว่าสุนัขที่เลี้ยงไว้ 1 ตัว พันธุ์ลูกผสมบางแก้ว อายุ 2 ปีเศษ สูญหายจากบ้านสันนิษฐานว่าถูกวางยาเบื่ออาจเพื่อโจรกรรม สุนัขบ้านข้างเคียงและชุมชนที่พักอาศัยมีประวัติถูกวางยาเบื่อตายจำนวนมาก

               ปศุสัตว์จังหวัดนครสวรรค์ได้โทรประสานผู้ร้อง ให้คำแนะนำในการแจ้งความ/ลงบันทึกประจำวัน เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าดูแลความปลอดภัยของ คน สัตว์ และทรัพย์สินมากขึ้น    พร้อมคำแนะนำในการเลี้ยงสุนัขและแมวในบ้าน ควรฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า มอบหมายปศุสัตว์อำเภอบรรพตพิสัยเข้าตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุ ประชาสัมพันธ์ให้ผู้เลี้ยงสัตว์ในชุมชนทราบและระมัดระวัง

              ผู้ร้องขอความช่วยเหลือได้รับความพึงพอใจในการปฏิบัติหน้าที่ของทางราชการ เอาใจใส่ปัญหาของประชาชนและขอบคุณผู้เกี่ยวข้องทุกคน

               โดย  สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดนครสวรรค์

 

                17 ตุลาคม 2561 ตั้งแต่เวลา 09.00 น หอประชุมอำเภอลาดยาว เหล่ากาชาดจังหวัดนครสวรรค์ ร่วมกับกิ่งกาชาดอำเภอลาดยาว โรงพยาบาลสวรรค์ประชารักษ์ ออกรับบริจาคโลหิตมีผู้มาแสดงคนบริจาคกว่า 400 คน

                26 ตุลาคม 2561 ตั้งแต่เวลา 08.00-12.00 น. นายเทวุษย์ บริรักษ์สันติกุล นายอำเภอไพศาลี ร่วมกับภาคบริการโลหิตแห่งชาติที่ 8 จังหวัดนครสวรรค์ ได้จัดหน่วยบริการรับบริจาคโลหิต ณ หอประชุมอำเภอไพศาลี  มีประชาชนชาวอำเภอไพศาลี ร่วมบริจาคโลหิต รวมทั้งสิ้น จำนวน 333 ราย คิดเป็นปริมาตรโลหิต 149,850 ซีซี

               โดย  อำเภอลาดยาว อำเภอไพศาลี

 

 

                18  ตุลาคม 2561  ว่าที่ร้อยตรีปรีชา  พลับน้อย นายอำเภอพยุหะคีรี ได้นำส่วนราชการ อาทิ สภ.พยุหะคีรี , สนง.ท้องถิ่น , สาธารณสุข , รพ.พยุหะคีรี , สนง.พัฒนาชุมชน ฯลฯ ออกให้บริการประชาชนตามโครงการอำเภอยิ้ม..เคลื่อนที่ และมอบถุงยังชีพให้ผู้ยากไร้ด้อยโอกาสจำนวน 15 ชุด ณ วัดหัวงิ้ว  หมู่ที่ 9  ต.เนินมะกอก อ.พยุหะคีรี จ.นครสวรรค์

                19 ตุลาคม 2561 เวลา 10.00 น บ้านหนองโขมง ตำบลสระแก้ว นายอำเภอลาดยาว พร้อมด้วยส่วนราชการ อบต สระแก้ว นำบริการออกโครงการอำเภอยิ้มเคลื่อนที่ซึ่งได้ชี้แจงข้อราชการ ข้อห่วงใยประชาชนการเตรียมการรับภัยแล้ง เปลี่ยนปลูกพืชใช้น้ำน้อย การทำความสะอาดหมู่บ้าน จิตอาสา ยาเสพติด การเตรียมการเลือกตั้ง บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ไทยนิยมยั่งยืนให้โปร่งใสตรวจสอบได้

                  โดย  อำเภอพยุหะคีรี อำเภอลาดยาว

 

                 เมื่อวันที่ 17 ต.ค.  2561 ที่กระทรวงมหาดไทย พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการอำนวยการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศตามโครงการไทยนิยม ยั่งยืน เปิดเผยว่า ตามที่กระทรวงมหาดไทย ได้บูรณาการขับเคลื่อนการดำเนินโครงการไทยนิยม ยั่งยืน ร่วมกับกระทรวงการคลัง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงวัฒนธรรม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผ่านโครงการต่าง ๆ ของแต่ละหน่วยงาน ซึ่งมีจุดเน้นที่สำคัญ คือ ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมจัดทำโครงการเพื่อแก้ปัญหาและพัฒนาพื้นที่ตามความต้องการของหมู่บ้าน/ชุมชนของตนเองอย่างแท้จริง โดยมีภาครัฐสนับสนุนงบประมาณ ซึ่งในขณะนี้ ทุกแผนงาน/โครงการ พี่น้องประชาชนทั่วประเทศได้ดำเนินการเพื่อแก้ไขปัญหาและสนองความต้องการของหมู่บ้าน/ชุมชนได้อย่างเป็นรูปธรรมแล้ว

                พลเอก อนุพงษ์ฯ กล่าวว่า ในส่วนของโครงการภายใต้การขับเคลื่อนโครงการไทยนิยม ยั่งยืน ที่ได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาในพื้นที่ซึ่งดำเนินการโดยประชาชน นั่นคือ  โครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากในพื้นที่ หรือโครงการหมู่บ้าน/ชุมชนละ 2 แสนบาท มียอดการเบิกจ่ายทั่วประเทศแล้วจำนวนกว่าร้อยละ 99 หรือคิดเป็นงบประมาณกว่า 1.6 หมื่นล้านบาท ทำให้สามารถแก้ไขปัญหา พัฒนาพื้นที่ ต่อยอดโครงการต่าง ๆ เพื่อเพิ่มรายได้ให้ชุมชนผ่านโครงการที่เสนอและดำเนินการโดยประชาชน เช่น ปรับปรุงภูมิทัศน์เพื่อการท่องเที่ยว ศูนย์การเรียนรู้ชุมชน ศาลาอเนกประสงค์ และลานตากผลผลิตทางการเกษตร ฯลฯ ซึ่งนอกเหนือจากจะเกิดการพัฒนาความเจริญในพื้นที่แล้ว ยังเป็นการสนับสนุนต่อยอดกิจกรรม/โครงการที่นำรายได้มาสู่ประชาชนในพื้นที่ได้อีกด้วย

               สำหรับในส่วนของ โครงการชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี ซึ่งมีจุดเน้น คือ การพัฒนาด้านการท่องเที่ยว และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ OTOP ด้วยการผสมผสานวิถีชีวิต ภูมิปัญญา และเรื่องราวที่มีมนต์เสน่ห์ของแต่ละพื้นที่ ผ่านกรอบการดำเนินงาน 5 ด้าน คือ การพัฒนาบุคลากรด้านการท่องเที่ยว การพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวและสิ่งอำนวยความสะดวก การพัฒนาสินค้าและบริการด้านการท่องเที่ยว การเชื่อมโยงเส้นทางการท่องเที่ยวแต่ละท้องถิ่น และการส่งเสริมการตลาดชุมชนท่องเที่ยว ซึ่งได้ดำเนินการแล้วใน 3,273 หมู่บ้าน/ชุมชนทั่วประเทศ รวม 32,730 ผลิตภัณฑ์ ขณะนี้เบิกจ่ายงบประมาณไปแล้วกว่า 3.1 พันล้านบาท ทำให้พื้นที่ได้พัฒนาชุมชนของตนเองและเกิดรายได้จากสินค้าและบริการด้านการท่องเที่ยวในพื้นที่

                นอกจากนี้ ในส่วนของ โครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ที่ดำเนินการโดยกระทรวงการคลัง ขณะนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการพัฒนาอาชีพให้กับผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐไปแล้วกว่า 2 ล้านคน จากผู้ประสงค์พัฒนา 4.1 ล้านคน ซึ่งจะได้ดำเนินการพัฒนาผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเพื่อให้ได้รับประโยชน์ตามความประสงค์ครบทุกราย และสำหรับ โครงการปฏิรูปโครงสร้างการผลิตภาคการเกษตร ได้ดำเนินการพัฒนาศักยภาพของเกษตรกรทั้งรายกลุ่มและรายบุคคล ทำให้พี่น้องเกษตรกรได้ประโยชน์กว่า 4.3 ล้านคน ทั้งการพัฒนาแหล่งน้ำชลประทาน การแก้ไขปัญหาเรื่องดินและปรับเปลี่ยนพื้นที่ไม่เหมาะสมต่อการเพาะปลูก การขยายพันธุ์และส่งเสริมการปศุสัตว์ และการพัฒนาผู้ประกอบการเกษตรรุ่นใหม่ เป็นต้น

               พลเอก อนุพงษ์ฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า การขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศไทยตามโครงการไทยนิยม ยั่งยืน เป็นโครงการสำคัญที่ประชาชนในพื้นที่ได้ร่วมกันคิด ร่วมกันทำ ร่วมกันตัดสินใจ และร่วมกันแก้ไขปัญหา ในการพัฒนาหมู่บ้าน/ชุมชนของตนเอง และเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับพี่น้องประชาชน ทั้งด้านชีวิตความเป็นอยู่และเศรษฐกิจฐานราก ซึ่งจะทำให้เกิดการสร้างโอกาสทางอาชีพ เพิ่มรายได้ ลดความเหลื่อมล้ำได้อย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน

 

               โดย กองสารนิเทศ สป.มท.  ครั้งที่ 210/2561  วันที่ 17 ตุลาคม 2561